วันนี้เป็นวันค่อนข้างวุ่นวายนิดหน่อยเพราะเวลามันกระชั้นชิดมากกับเรื่องการทำประเมินผลและเตรียมการนำเสนอโครงการก่อนสอบปลายภาค ตามกำหนดการณ์นั้นจริงๆแล้วสัปดาห์นี้จะเป็นการสัมมนาแต่เนื่องจากติดขัดหลายๆเรื่องจึงเปลี่ยนมาเป็นการฟังบรรยายในช่วงเช้าและบ่าย ช่วงเช้านี้ อาจารย์ปราณี ผอ.กองคลังจะมาบรรยายเรื่องของการเงิน และในช่วงบ่าย อาจารย์เพ็ญจันทร์ จะมาบรรยายในช่วงเช้า อาจารย์ปราณี ได้บรรยายเรื่องของการเงิน พร้อมทั้งแจกเอกสารการเรียนรู้ให้คนละ 1 ชุด ซึ่งรายละเอียดข้างในนั้นจะประกอบด้วย ขั้นตอนการบริหารการเงิน หลักการทำงานในฝ่ายการเงิน บัญชี พัสดุ การแยกแยะประเภทของพัสดุ และสิ่งสำคัญที่สรุปได้เกี่ยวกับการเงินก็คือ ผู้ที่จะทำงานเกี่ยวกับเงิน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน ด้านบัญชี ด้านพัสดุ ต้องมีคุณสมบัติสำคัญดังนี้
- มีความซื่อสัตย์ – เพราะเงินเป็นเรื่องที่ละเอียดมาก หากตัวเลขที่นับบิดเบือนไปสักตัวหนึ่ง ก็จะถือว่าการทำงานที่ออกมานั้นไม่โปร่งใส รวมไปถึงการไม่รับสินบน
- รูดปากให้สนิท – เก็บความลับได้ ไม่ปริปากพูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าหรือนำสิ่งที่ตนรู้ไปบอกกล่าวแก่ใครๆ เพราะเรื่องของเงินนั้นถือเป็นความลับของบริษัทหรือหน่วยงาน ซึ่งเรื่องของเงินนั้นสามารถบ่งบอกถึงแผนการพัฒนาหรือแผนการทำงานของเราได้
- มีความรอบคอบ – ระมัดระวังอยู่เสมอ ทำงานอย่างมีระบบและไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดแต่ใดๆ
- ใฝ่เรียนรู้ – พร้อมที่จะเรียนและหาประสบการณ์เพื่อนำมาพัฒนางาน
ความรู้ใหม่ที่ได้ในวันนี้
- วัสดุสิ้นเปลือง หรือสิ่งของที่ซื้อมาแต่ใช้ไม่หมด สามารถโอนให้กันได้
- ค่าเดินทาง สามารถนำมาขอเบิกงบประมาณได้ ถ้ากรณีที่จำเป็นต่อการทำโครงการ โดยแนบมากับใบสำคัญรับเงิน โดยถ้าเป็นการโดยสาร Taxi จะนำไปพิจารณาและคิดตามสถานที่ที่เดินทาง ดูความสมเหตุสมผล
- ใบเสร็จจาก 7eleven เองก็สามารถนำมาใช้เบิกงบประมาณได้ โดยการแนบมาพร้อมกับใบสำคัญรับเงินด้วยเช่นกัน
ในช่วงบ่าย อาจารย์เพ็ญจันทร์ได้ให้พวกเรานั่งหลับตานึกถึงท่านผู้นำในใจเรา 1 คน พร้อมทั้งให้เราอธิบายสาเหตุที่เขาสามารถเป็นผู้นำที่ดีที่เหล่าผู้คนต่างก็ยกย่องและศรัทธาในความเป็นผู้นำในตัวเขา เมื่อผมลืมตาขึ้นมาก็เห็นน้องๆหลายคนมีท่าทางเหมือนกับว่าอยากตอบว่าใครคือคนที่เขาชื่นชม และบางคนก็ดูเหมือนจะกำลังคิดอยู่ว่า “ฉันจะเลือกใครดี” ซึ่งสถานการณ์บางทีมันฉุกละหุก ในยามคับขันถ้าเราสามารถคิดได้อย่างคล่องแคล่วหรือคิดได้เร็วก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคบางอย่างไปได้เช่นกัน นั่นก็คือ กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ยกตัวอย่างเช่น ยามที่เรือกำลังล่ม ถ้าเราไม่คิดให้ดีๆหรือเกรงกลัวต่อเหตุการณ์ที่อยู่ข้างหน้า ในขณะที่ลูกเรือเกิดกระเสือกกระสน ร้องโวยวายตลอด เราเป็นผู้นำในการเดินเรือลำนี้ จะทำอย่างไร เพื่อให้คนเหล่านี้อยู่ในความสงบและคิดแก้ปัญหาในเหตุการณ์นั้น ซึ่งคำตอบก็คือ การคิดไตร่ตรองอย่างดี ไม่วู่วาม ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ เชื่อมั่นในตัวเองไม่ว่าจะเรื่องการแสดงออกหรือการพูด เพราะการที่จะพูดหรือสื่อสารให้ลูกเรือของเราเข้าใจและเชื่อมั่นในคำพูดเราได้ ต้องเริ่มจากที่เราก่อน ดังนั้นนี่คงจะเป็นเหตุผลที่อาจารย์เพ็ญจันทร์ให้เราเล่าเรื่องผู้นำที่เราชื่นชอบ เพราะสำคัญคือการสื่อสารของเรา การสื่อสารของเราจะสื่อไปยังผู้อื่นได้นั้นมีพลังพอหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในตัวเรา การสื่อสารที่ว่านี้คือ การพูดและการฟัง อย่างมีเหตุมีผล ซึ่งเมื่อพูดถึงความพร้อมนั้นให้ดีสุด เราก็ต้องพร้อมทุกสถานการณ์ครับ และผู้นำที่แต่ละคนพูดมา ล้วนเป็นผู้นำที่มีคุณสมบัติดีๆในตัวเยอะมาก อาจารย์เพ็ญจันทร์จึงได้แจกแจงออกมาเป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้นำเป็นข้อๆดังนี้
- วิสัยทัศน์กว้างไกล
- มีความคิดที่สร้างสรรค์
- เป็นแบบอย่างที่ดี
- มีคุณธรรม
- กล้าคิด กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจ
- สื่อสารได้ดี(พูดและฟัง)
- สร้างแรงศรัทธาให้กับผู้อื่นได้
- มีความสามารถ
- มีการเตรียมการวางแผนที่ดี
- ฯลฯ
เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่าง “นักบริหาร” กับ “ผู้นำ” จะพบว่า “นักบริหาร” จะเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง “ผู้นำ” ทำสิ่งที่ควรทำ
สไตล์ของผู้นำ
หมายถึง เอกลักษณ์หรือการแสดงออกที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้นำ ซึ่งแต่ละคนนั้นล้วนมีสไตล์ที่คล้ายคลึงกันและแตกต่างกันไป ตามแต่ความนึกคิดของบุคคล สไตล์ที่ว่ามานี้สามารถสรุปดังนี้
- วิสัยทัศน์ -> ฝันให้ไกล และไปให้ถึง
- สอน ช่วยเหลือ -> นำคนขององค์กรเชื่อมโยงกับเป้าหมาย
- สร้างสัมพันธภาพ -> ให้คนรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในทีม
- มีส่วนร่วม -> ให้คนในทีมมีความรู้สึกว่าตนมีความสำคัญกับงาน
- มุ่งผลสำเร็จ -> พยายามต่อไป ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค
- สั่งทิศทาง -> บอกทิศทางของแต่ละคนในองค์กรได้ว่าควรไปทางไหน อุดมการณ์ในการทำงานนั้น ผู้นำย่อมต้องมีเช่นกัน ทั้งนี้เราสามารถแบ่งขอบเขตของอุดมการณ์ขั้นพื้นฐานในการทำงาน
4 ป. ในการทำงาน 1.โปร่งใส 2.เป็นธรรม 3.ประหยัด4.ประสิทธิภาพ
4 พ. ในการทำงาน1.พึ่งพาตนเอง2.พอดี3.พอเพียง4.พอใจ
และถ้ามีอุดมการณ์ที่ดีแล้วก็ย่อมต้องมีคุณธรรมจริยธรรมมาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญด้วย เช่น พรหมวิหาร 4 , สังคหวัตถุ 4 ,อคติ 4 , ฯลฯ
สรุป
ในวันนี้เราได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นของการวางแผนการเงิน การดำเนินก
ารในรูปแบบของผู้นำ แต่ที่แน่นอน ทั้ง 2 สิ่งนี้ถ้าเราจะทำออกมาให้ได้ดีนั้น เราจะต้องเปิดใจให้กว้าง รับรู้สิ่งใหม่ๆ ที่กล่าวมานี้หมายถึง ให้เรามีมุมมองที่กว้างไกล และรักการเรียนรู้ อย่าคิดเพียงว่า “ฉันเป็นหัวหน้างานแผนกนี้ ทำงานเรื่องนี้ เรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันจะไม่ขอรับรู้อะไรมากกว่านี้ เพราะแค่นี้ฉันก็เหนื่อยแล้ว” ซึ่งถ้าคิดเช่นนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นผู้นำที่ดี เพราะผู้นำที่ดีต้องพร้อมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เมื่อมีข้อบกพร่องเกิดขึ้น และเมื่อได้รับคำแนะนำหรือตักเตือนก็ไตร่ตรองแล้วแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนดินสอที่มียางลบอยู่ที่ปลายข้างหนึ่ง เมื่อเราเขียนผิดก็ลบแล้วเขียนใหม่ให้ถูกต้อง คนเราไม่มีใครที่ทำถูกเสมอ แต่เมื่อทำผิดแล้วยอมรับพร้อมทั้งแก้ไขด้วย ก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว ในการทำงานจริงเช่นกัน เมื่อทำผิดแล้วแก้ไข ย่อมเป็นที่น่าสรรเสริญมากกว่าคนที่ไม่เคยทำผิดเลย แล้วยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงการใช้ภาษา ประเด็นสำคัญที่คนไทยหลายๆคนสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากการสื่อสาร สื่อสารที่ว่านี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจงถึงความเข้าใจหรือการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รวมไปถึงภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากลของปัจจุบัน เพราะคงไม่มีชาติไหนที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักประจำชาติเหมือนไทยเรา นั่นหมายความว่าตัวผู้นำเองย่อมจะต้องมีแนวคิดที่ใหม่ๆและสามารถก้าวกระโดดให้ได้ไกลกว่าเดิมแล้ว อย่ายึดติดเพียงความคิดเดิมๆว่าบริหารงานมาอย่างไรก็ ทำเพียงเท่านี้ไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรให้มากกว่าเดิม ผู้นำที่ดีย่อมต้องรู้อะไรหลายๆอย่าง จะเก่งงานได้ก็ต้องเก่งคนด้วยเช่นกัน สุดท้ายนี้ ผมก็เชื่อว่าสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นไม่ใช่เพียงทักษะหรือลักษณะที่ถูกต้องของผู้นำ แต่ได้มีกระบวนการคิดเพิ่มขึ้น โดยเกิดจากการที่เรารับฟังแล้วนำไปคิดต่อนั่นเอง ขอขอบคุณอาจารย์ปราณี และอาจารย์เพ็ญจันทร์มากครับที่มาบรรยายเรื่องดีๆให้พวกเราได้รับฟังแล้วนำไปใช้ต่อไป
พี่เอิงจับประเด็นได้เยอะมากๆเลยครับ ผู้นำแต่ละคนก็มีดีคนละอย่างเนอะคับ แต่ที่ฟิล์มคิดว่ามีเหมือนกันคือ การพัฒนาตนเองคับ จริงรึป่าวไม่รู้ครับ